ทุกวันนี้ พลังงานไฮโดรเจนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสังคมที่ปราศจากคาร์บอน เนื่องจากไฮโดรเจนไม่ปล่อย CO₂ ออกมาเมื่อถูกนำไปใช้งาน (เผาไหม้) มันจึงทำหน้าที่ลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมาก ไฮโดรเจนนั้นได้มาจากแหล่งต่างๆ มากมาย จึงมีการคาดกันว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พลังงานไฮโดรเจน จะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย จากมุมมองของความมั่นคงด้านพลังงานในญี่ปุ่น หลายปีมาแล้วที่ บริษัท Kawasaki ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีดั้งเดิมในกระบวนการสี่เฟสของไฮโดรเจน ได้แก่ การผลิต การขนส่ง การเก็บรักษา และการนำมาใช้ประโยชน์ การดำเนินการที่ก้าวหน้าของ Kawasaki มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานไฮโดรเจนที่กำลังจะเข้ามาทดแทนพลังงานจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ 

.css-1b3yg0y #forum2022-logoSponsor{text-align:center;}.css-1b3yg0y .forum2022-logoSponsor-text{font-family:”KaLaTeXa Display”;font-size:10px;position:relative;z-index:3;}.css-1b3yg0y .forum2022-logoSponsor-text span{background-color:#ffffff;padding:0 10px;position:relative;z-index:3;}.css-1b3yg0y .forum2022-logoSponsor-text::after{content:”;height:1px;width:100%;background-color:rgb(216,216,216);position:absolute;top:50%;left:0;-webkit-transform:translateY(-50%);-ms-transform:translateY(-50%);transform:translateY(-50%);z-index:2;}.css-1b3yg0y ul.forum2022-logoSponsor{padding:0;margin:0;list-style:none;display:-webkit-box;display:-webkit-flex;display:-ms-flexbox;display:flex;-webkit-flex-wrap:wrap;-ms-flex-wrap:wrap;flex-wrap:wrap;gap:15px;-webkit-box-pack:center;-webkit-justify-content:center;-ms-flex-pack:center;justify-content:center;}.css-1b3yg0y ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor{height:80px;}.css-1b3yg0y ul.forum2022-logoSponsor li.forum2022-item-sponsor img{height:80px;}

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

กุญแจสำคัญคือการกระจายการใช้พลังงานไฮโดรเจนในระหว่างการผลิต
นับตั้งแต่การยอมรับข้อตกลงปารีสในปี พ.ศ.2558 แนวคิดปลอดคาร์บอนได้เพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากภาคการผลิตกระแสไฟฟ้า เรียกร้องให้มีการลดการปล่อย CO2 ที่เกิดขึ้นจากหลายภาคส่วน ทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้า และการขับเคลื่อนยานพาหนะ ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งไม่ปล่อย CO2 ระหว่างการใช้งาน ปัจจุบันอัตราส่วนการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานในญี่ปุ่นอยู่ที่ 6% ถึง 7% หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งทำให้โรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ ไม่สามารถกลับมาใช้งานได้อีกต่อไป ในส่วนของเชื้อเพลิงฟอสซิล เพื่อนำมาผลิตพลังงานส่วนใหญ่นั้นก็ยังขึ้นอยู่กับการนำเข้าจากตะวันออกกลาง และต่างประเทศเป็นหลัก จากมุมมองของความมั่นคงด้านพลังงาน การใช้พลังงานในประเทศ การนำเข้าพลังงานจากแหล่งต่างๆ และการใช้พลังงานประเภทต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับญี่ปุ่นท่ีจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อหาพลังงานที่มีความสมดุลและสะอาดมากกว่าเดิม ดังนั้น พลังงานไฮโดรเจนจึงได้รับความสนใจ เพราะสามารถผลิตได้อย่างหลากหลายวิธี เช่น ใช้ไฟฟ้าสกัดไฮโดรเจนจากน้ำและแปรรูปส่วนผสมต่างๆ ของน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ เมทานอล เอทานอล กากตะกอนน้ำเสีย และของเสียต่างๆ

SPONSORED

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

ห่วงโซ่อุปทานในการผลิตไฮโดรเจนจากแหล่งพลังงานที่ไม่ได้ใช้ หรือพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ การนำเข้าโดยการขนส่งทางทะเล จะส่งผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานของญี่ปุ่น นอกจากนี้ กระบวนการแปลงพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศส่วนเกิน รวมทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นก๊าซไฮโดรเจนสำหรับใช้โดยยานพาหนะ หรือ “พลังงานเป็นก๊าซ” ถือเป็นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

พลังงานไฮโดรเจนเมื่อมีการเผาไหม้จะไม่ปล่อย CO2 ออกมา ในจุดนี้ ถือเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นใน กระบวนการส่งเสริมการปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ ในภาคพลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรม และการขนส่งที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก โดยใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อน เซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้ในบ้าน ENE-FARM และยานพาหนะ FCEV / HICE

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

มีการคาดการณ์กันว่า ตลาดที่เกี่ยวข้องกับเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต การประมาณการหนึ่งชี้ให้เห็นว่า การใช้ไฮโดรเจนทั่วโลกในสังคมคาร์บอนต่ำ สามารถสร้างตลาดและงานมูลค่า 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับประชากร 30 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้การแพร่กระจายของเทคโนโลยีไฮโดรเจนที่ปราศจาก CO2 ซึ่งไม่ปล่อย CO2 แม้ในระหว่างกระบวนการผลิต จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้ระบบพลังงานปลอดมลพิษเกิดขึ้นได้

SPONSORED

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

Kawasaki และบริษัทอื่นๆ อีกสามบริษัทเสนอโครงการสาธิตโครงการแรกของโลกสำหรับการจัดตั้งห่วงโซ่อุปทานพลังงานไฮโดรเจนเพื่อการพาณิชย์ การพัฒนาเทคโนโลยีการใช้พลังงานไฮโดรเจนทั่วโลกกำลังก้าวไปข้างหน้าทั่วโลก มีการริเริ่มโครงการสาธิตครั้งแรก เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานไฮโดรเจนและผลิตไฮโดรเจนจากถ่านหินสีน้ำตาลราคาไม่แพง (คุณภาพค่อนข้างต่ำ) ซึ่งมีอยู่มากในออสเตรเลีย เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2559 Kawasaki, Electric Power Development (J-Power), Iwatani และ Shell Japan (Marubeni, Eneos และ Kawasaki Kisen เข้าร่วมในเวลาต่อมา) ได้ก่อตั้งสมาคมวิจัยเทคโนโลยีซัพพลายเชนพลังงานไฮโดรเจนที่ปราศจากคาร์บอนไดออกไซด์ (HySTRA) ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดห่วงโซ่อุปทานไฮโดรเจนเชิงพาณิชย์ ภายในปี 2573 เพื่อการผลิต ขนส่ง จัดเก็บ และใช้ไฮโดรเจนอย่างแพร่หลาย

SPONSORED

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant
มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

HySTRA เป็นหน่วยงานดำเนินการสำหรับโครงการนำร่องที่ได้รับทุนสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาพลังงานและเทคโนโลยีอุตสาหกรรมใหม่ (NEDO) เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานไฮโดรเจน บริษัททั้งสี่แห่งของ HySTRA มีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกัน:

(1) J-Power พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฮโดรเจนโดยใช้เหมืองถ่านหินสีน้ำตาลในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย;

(2) Kawasaki และ Shell Japan (กลุ่ม Shell) สร้างเรือขนส่งไฮโดรเจนเหลว (LH2) และพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการขนส่ง LH2 

(3) Kawasaki และ Iwatani สร้างเทอร์มินัลการจัดการ LH2 และพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการดำเนินงาน Kawasaki ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการประสานงานกับรัฐบาลออสเตรเลีย

SPONSORED

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

ในเดือนมกราคม ค.ศ.2017 สภาไฮโดรเจนถูกก่อตั้งขึ้น ในฐานะความคิดริเริ่มระดับโลก เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงของพลังงานไฮโดรเจน ปัจจุบันสภานี้ประกอบด้วย Kawasaki, Toyota, Honda, Iwatani และบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆ เช่นเดียวกับ Air Liquide (ฝรั่งเศส), Anglo American (สหราชอาณาจักร), BMW Group (เยอรมนี), Royal Dutch Shell (สหราชอาณาจักร, เนเธอร์แลนด์) และบริษัทข้ามชาติอื่นๆ

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant
มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

สำหรับประเทศญี่ปุ่น รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนขั้นพื้นฐานในเดือนธันวาคม พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดให้ไฮโดรเจนเป็นพลังงานแห่งอนาคตที่มีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับแหล่งพลังงานหมุนเวียน มีการกำหนดเป้าหมายที่จะบรรลุผล รวมถึงการเพิ่มจำนวนของรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงและสถานีไฮโดรเจน รวมถึงการจัดหาเชื้อเพลิงไฮโดรเจนประมาณ 10 ล้านตันต่อปี

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

เนื่องจากไม่เคยมีการดำเนินการขนส่ง LH2 จำนวนมากมาก่อน จึงต้องกำหนดระเบียบข้อบังคับใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าการขนส่งปลอดภัย หลังจากการหารือหลายครั้งตามข้อเสนอจากญี่ปุ่น องค์การการเดินเรือระหว่างประเทศ (IMO) ได้อนุมัติข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเป็นทางการในปี 2559 ตามที่ญี่ปุ่นเสนอ

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

ซึ่งหมายความว่าการสร้างเรือนำร่องนี้ หรือเรือบรรทุก LH2 ลำแรกของโลก จะมีส่วนสนับสนุนทางเทคโนโลยีแก่อุตสาหกรรม และทำหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสากลสำหรับการขนส่ง LH2 ที่ปลอดภัย รวมทั้งนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานดังกล่าวต่อไป

เรือ Suiso Frontier มีขนาดความยาว 116.0 เมตร กว้าง 19.0 เมตร กินน้ำลึก 10.6 เมตร ภายใน บรรจุ Tank Dome ใส่ไฮโดรเจนเพื่อการขนส่งระยะไกลเชิงพาณิชย์ Suiso Frontier สร้างขึ้นโดย Kawasaki Heavy Industries หลังจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นและออสเตรเลีย เรือบรรทุกไฮโดรเจนเหลวลำนี้ ซึ่งบรรทุกไฮโดรเจนที่สกัดจากถ่านหินสีน้ำตาลในออสเตรเลีย และขนส่งไปยังเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะเรือขนส่งไฮโดรเจนต้นแบบ โดยวางแผนงานที่จะนำไปสู่การผลิตไฮโดรเจนเหลวเชิงพาณิชย์

เรือบรรทุกถังขนาด 1,250 ลูกบาศก์เมตร แบบหุ้มฉนวนสองชั้น เพื่อกักเก็บและรักษาไฮโดรเจนไว้ที่อุณหภูมิ -253 องศาเซลเซียส ความยาว 116 เมตร ระวางขับน้ำ 8,000 ตันกรอส ระบบขับเคลื่อนดีเซล-ไฟฟ้า ให้ความเร็วสูงสุด 13 นอต ลูกเรือประจำการจำนวน 25 คน

แผนการผลิตไฮโดรเจนได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็วเกี่ยวกับการจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้

“เนื่องจากเรือให้บริการขนส่งจริงยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ข้อกำหนดของ IMO จึงเป็นคำแนะนำชั่วคราว เมื่อเรือนำร่องได้รับการอนุมัติให้เป็นเรือบรรทุก LH2 ลำแรกของโลก และ Kawasaki มีประสบการณ์ในการใช้งานจริง ความรู้ทั้งหมดจะถูกส่งถ่ายเพื่อจัดตั้งกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ” 

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant
มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

ในการตรวจสอบเทคโนโลยีแรกดังกล่าว HySTRA มุ่งมั่นที่จะบรรลุการขนส่ง LH2 เชิงพาณิชย์ในลักษณะที่มุ่งเน้นความปลอดภัยเป็นอันดับแรก รวมถึงการใช้งานที่มั่นคงและแพร่หลาย ความสำเร็จในการผลิตไฟฟ้าไฮโดรเจนขนาดใหญ่ในเขตเมือง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโรงงาน และการทำงานที่มีความปลอดภัย

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant
มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

เมื่อวันที่ 19 และ 20 เมษายน ค.ศ.2018 (พ.ศ.2561) การทดสอบยืนยันครั้งแรกของโลก โดยใช้กังหันก๊าซที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฮโดรเจน 100% เสร็จสมบูรณ์แล้ว สำหรับการจัดหาทั้งความร้อนและพลังงานแก่พื้นที่ในเมืองบนเกาะพอร์ตของโกเบ

เดือนธันวาคม ค.ศ.2017 (พ.ศ.2560) Kawasaki เสร็จสิ้นการสร้างโรงงานสาธิตกังหันก๊าซผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนและก๊าซธรรมชาติ ระบบไฮโดรเจนโคเจเนอเรชัน (Hydrogen CGS) เริ่มดำเนินการทดลองเดินเครื่อง ตามด้วยการทดสอบเครื่องกำเนิดกังหันก๊าซแบบสแตนด์อโลน โดยใช้ส่วนผสมของก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซธรรมชาติ หรือปรับมาใช้ไฮโดรเจนแต่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งการตรวจสอบการให้ความร้อนและพลังงาน โดยใช้ก๊าซธรรมชาติ ในที่สุดโรงงานก็ประสบความสำเร็จในการจัดหากระแสไฟฟ้าและความร้อน (ไอน้ำและน้ำที่มีอุณหภูมิสูง) ให้กับโรงงานใกล้เคียง 4 แห่ง โดยใช้ระบบโคเจเนอเรชัน (CGS) ที่ใช้ไฮโดรเจน 100%

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

โรงพยาบาลทั่วไปของศูนย์การแพทย์เมืองโกเบ และศูนย์กีฬาพอร์ตไอส์แลนด์ ได้รับความร้อน 2,800 กิโลวัตต์ ในขณะที่ส่งมอบพลังงานไฟฟ้า 1,100 กิโลวัตต์ ให้กับศูนย์แสดงสินค้านานาชาติโกเบ และโรงบำบัดน้ำเสียพอร์ตไอส์แลนด์ ที่ศูนย์กีฬาฯ น้ำร้อนถูกใช้สำหรับสระว่ายน้ำ การจ่ายน้ำร้อน และเครื่องทำความร้อน ในขณะที่ในโรงพยาบาล ไอน้ำถูกใช้เพื่อจ่ายน้ำร้อน ห้องให้ความร้อน และการฆ่าเชื้อในอุปกรณ์ทางการแพทย์

โครงการนี้มีชื่อว่า โครงการพัฒนาเทคโนโลยีชุมชนอัจฉริยะที่ใช้ระบบผลิตไฮโดรเจน โคเจเนอเรชัน โครงการนี้สร้างความร้อนและพลังงานโดยใช้กังหันก๊าซที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเทคโนโลยีของ NEDO เพื่อการตระหนักรู้ของโครงการ Hydrogen Society จุดมุ่งหมายคือการพัฒนาและตรวจสอบระบบการจัดการพลังงาน (EMS แบบบูรณาการ) โดยใช้งาน ไฟฟ้า ความร้อน และพลังงานไฮโดรเจนอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพโดยผู้ใช้ในชุมชน

มุ่งสู่พลังงานสีเขียว โครงการสาธิตพลังงานไฮโดรเจน Kawasaki Hydrogen Plant

โครงการนี้ Kawasaki รับผิดชอบในการจัดหากังหันก๊าซ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และหม้อไอน้ำ ส่วน Obayashi Corporation ได้พัฒนาระบบ EMS แบบบูรณาการ ตามด้วยชุดการทดสอบการจ่ายพลังงานที่คล้ายคลึงกัน

Mitsugu Ashikaga รองผู้จัดการอาวุโสของแผนกควบคุมโครงการสำหรับศูนย์พัฒนาโครงการไฮโดรเจนภายใต้แผนกเทคโนโลยีองค์กรของ Kawasaki กล่าวว่า “ภารกิจของการทดสอบคือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของกังหันก๊าซ ซึ่งเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล เนื่องจากความแปรปรวน และเพื่อสร้างเทคนิคการควบคุมสำหรับ EMS แบบบูรณาการ ข้อมูลที่รวบรวมและการวิเคราะห์ มีความสำคัญเพื่อปรับปรุงความเชี่ยวชาญที่ซับซ้อนและสามารถใช้งานได้จริง”

Kawasaki พัฒนากังหันก๊าซที่ใช้ในโครงการนี้ ซึ่งช่วยให้สามารถใช้ไฮโดรเจน หรือก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียวได้ เช่นเดียวกับการปรับอัตราส่วนการเผาไหม้ของไฮโดรเจน/ก๊าซธรรมชาติอย่างยืดหยุ่น เมื่อใช้ไฮโดรเจนเพียงอย่างเดียว อุณหภูมิของเปลวไฟจะสูง และเปลวไฟจะลุกลามได้ง่าย ซึ่งส่งผลให้หัวเผาเสียหาย มีการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) Kawasaki แก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการพัฒนาวาล์วฉีดเชื้อเพลิงที่มีรูปร่างใหม่ และใช้วิธีการที่ฉีดน้ำและเชื้อเพลิงเข้าด้วยกัน Ashikaga กล่าวว่า “ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของการทดสอบ คือ การที่เราสามารถตรวจสอบได้ว่าพลังงานไฮโดรเจนสามารถนำมาใช้ได้อย่างปลอดภัยในสภาพแวดล้อมของชุมชน” วิธีการออกแบบและการก่อสร้างที่ทนทาน ไม่เพียงแต่นำไปใช้กับกังหันก๊าซเท่านั้น แต่ยังใช้กับทั้งโรงงานด้วย ซึ่งรับรองว่าทั้งที่กำลังการผลิตของโรงงาน และระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน การผลิตไฟฟ้าเชิงปฏิบัติสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ที่ใช้ไฮโดรเจนนั้นมีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน. 

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่: https://thaihotnews.info/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *